‘ญี่ปุ่น..ไปแล้วไปอีก EP.33’ – สกีทริป Snow Powder ที่ Kiroro Resort : Hokkaido
หลายท่านคงชมภาพยนตร์ไทยเรื่อง แฟนเดย์ กันมาแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากสำคัญๆถ่ายทำที่ฮอกไกโด โดยหนึ่งในฉากสุดโรแมนติกของเรื่อง คือ Kiroro Resort ตาลกะแพม ขออาสาพาไปเที่ยวที่นี่ ในรูปแบบของครอบครัวกันบ้างนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เพื่อให้ได้บรรยากาศ เปิดแอร์เย็นๆ ใส่เสื้อหนาว แล้วตามมากันเลย
Kiroro Resort ตั้งอยู่ที่ Tokiwa, Akaigawa Hokkaido เป็นสกีรีสอร์ทขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 2 โรงแรมให้เลือกพัก คือ Sheraton Hokkaido Kiroro Resort (เมื่อก่อนคือโรงแรมชื่อ Mountain Hotel) โรงแรมนี้จะอยู่บริเวณลานสกีเลย และ Tribute Portfolio Hotel (เดิมชื่อ Hotel Piano) ซึ่งเราจะอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ ที่เลือกเพราะ มีร้านอาหารเยอะกว่า พร้อมมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่นอกเหนือจากสกี และ มีที่เล่นในร่มสำหรับเด็ก ค่อนข้างสะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยทั้งสองโรงแรม จะมีรถบัสของคอยรับส่งฟรีตลอดทั้งวัน เวลาจะไปเล่นสกี ก็ใช้รถบัสได้ ใกล้ๆค่ะ ไม่ลำบาก
พิกัด Kiroro Resort
128-1 Aza-Tokiwa, Akaigawa-mura,
Yoichi-gun, Hokkaido,
Japan Postal Code 046-0593
TEL: (0135) 34-7111
เวปไวต์ของโรงแรม คือ https://www.kiroro.co.jp/en/winter/
- จาก สถานี Sapporo ใช้รถไฟ JR rapid service Ishikari Liner หรือ JR Rapid Airport ►Otaru Chikko Station ►TAXI หรือ เช่ารถ ►KIRORO Resort
- จากสนามบิน New Chitose ใช้รถไฟจากNew Chitose Airport Station ►JR Rapid Airport ►Otaru Chikko Station ►TAXI หรือ เช่ารถ ►KIRORO Resort
- การนั่ง taxi จาก Otaru เข้าไปที่ Kiroro Resort ใช้เวลาประมาณ 40 นาที (ราคาประมาณ 6,000 – 8,000 เยน)
- นอกจากนี้ ยังมีรสบัส จากตัวเมือง หรือ สนามบินคอบให้บริการด้วย ดูรายละเอียดได้ที่ Hokkaido resort liner http://www.access-n.jp
- สำหรับทริปที่ตาลกะแพมไป เราเช่ารถตู้พิเศษแบบส่วนตัว ให้มารับจาก สนามบิน New Chitose แล้วขับพาเราตรงสู่ Kiroro Resort เลย ส่วนขากลับ เราจองเป็นรสบัสจากโรงแรม ซึ่งขับไปส่งถึงโรงแรมในตัวเมืองซัปโปโรเลยค่ะ (เราพักโรงแรมบนถนน Oodori)
ภายในโรงแรมที่เราอยู่ คือ Tribute Portfolio Hotel (เดิมชื่อ Hotel Piano) มีการตกแต่งอย่างสวยงาม บรรยากาศดีมาก ยิ่งเราไปกันช่วงคริสมาส ทั้งโรงแรมเปิดไปประดับประดางามมากๆค่ะ
เราพักห้องแบบ superior deluxe room ค่ะ (ภาพนี้ขอนำมาจากเวปโรงแรมนะคะ พอดีรูปที่มี ห้องรกไปนิด 5555 กลัวดูบรรยากาศห้องไม่รู้เรือง)

(cr.starwoodhotels.com)
วิวจากห้องนอน เห็นหิมะขาวไปหมด
รีวิวนี้จะไปดูกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถทำกันได้ทั้งครอบครัว
- เราจะไปสัมผัสหิมะที่เค้าเรียกกันว่า Snow Powder ของดีแห่งเกาะฮอกไกโด ซึ่งมีสรรพคุณพิเศษ คือ นุ่มละเอียด ล้มก็ไม่เจ็บ 5555 หิมะที่นี่เนื้อดีมากค่ะ มันมีความแตกต่างจริงๆระหว่างหิมะที่ฮอกไกโด กับ หิมะตามลานสกีแถวโตเกียว มันไม่เหมือนกันนะ เอาเป็นว่าใครที่ได้ลองมาเล่นที่นี่ จะติดใจแน่
- ทริปนี้ มาเพื่อให้คุณแพมเข้าคอร์สสกี ทั้งเรียนทั้งเล่น อย่างเต็มที่ ตามคำเรียกร้องของคุณแพม
- พักผ่อน อากาศเย็นๆ ลุยอาหารทะเลสดๆ และ แช่ออนเช็นให้สบาย
เริ่มด้วยกิจกรรมหลักของการมาทริปนี้ ‘แพมไปเรียนสกีค่ะ’ ที่นี่มีโรงเรียนสอนสกี ทั้งสำหรับผู้ใหญ่ และ เด็ก มีทั้งแบบส่วนตัว และ เป็นกลุ่ม (มีเป็นภาษายญี่ปุ่น และ อังกฤษ) แพมเลือกมาเรียนแบบเป็นกลุ่มที่ Annie Kids Ski Academy จะอยู่ที่ลานสกีหลังโรงแรม Sheraton
ก่อนเรียน เราต้องทำการจองคิว ลงชื่อ และ จ่ายเงินให้เรียบร้อย สามารถจองผ่านทางโรงแรมที่เราพักได้ แต่ก็ต้องมาแสดงตัว พร้อมจ่ายเงินที่จุดบริการที่ลานสกีก่อนเริ่มเวลาเรียนนะคะ
เค้าจะมีให้เลือกเรียน ครึ่งวัน หรือ เต็มวัน(แล้วแต่เรา) และ สามารถเลือกแพคเกจแบบรวมอาหารเที่ยงด้วยก็ได้ กินอยู่ที่นี่เลยว่างั้น พ่อแม่ก็ปล่อยเอาไว้ หนีลูกไปเล่นสกีเองได้เลย 555 แต่ของแพม เราไม่เอาแบบนั้นค่ะ เราเลือกเรียนทั้งวัน โดยแบ่งเป็นช่วงเช้า และ ช่วงบ่าย แต่ตอนเที่ยงแม่รับไปทานข้าวเอง แล้วค่อยพากลับมาส่ง
สำหรับการเรียน ก็จะมีแบ่งเป็นอายุ และ level ในการเล่นของเด็กๆ แพมเคยเลยมาก่อนหลายครั้งแล้ว แล้วเราจะต้องแจ้งเค้าไปว่าทำได้ประมาณไหน เค้าจะได้จัด level ที่เหมาะสมให้
ในการเรียนแบบเป็นกรุ๊ป ภาษาหลักที่ใช้ คือ ภาษาญี่ปุ่นนะคะ แต่ถ้าเด็กของเราไม่ได้ ก็ต้องแจ้งคุณครูไว้ด้วย เพราะ ครูและเจ้าหน้าที่ จะพยายามพูดคำภาษาอังกฤษกับน้อง (สลับกับญี่ปุ่น) ถ้าน้องที่ไม่แน่ใจว่าจะสื่อสารกันไหวมั้ย แนะนำให้หาครูที่พูดอังกฤษได้ แล้วสอนแบบส่วนตัวดีกว่าค่ะ เผอิญแพมพอไปไหว เรียนกับเด็กญี่ปุ่นประจำ รู้คำศัพท์บ้าง(ตอนนั้นยังไม่เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่สนใจมาก จนทำให้ –> ปัจจุบันแพมเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มค่ะ) ระหว่างที่เรียนสกี แพมเลยไปได้เรื่อยๆ ถือเป็นการฝึกภาษาญี่ปุ่นไปในตัว ก็เลยไม่ได้มีปัญหาอะไร จะมีบ่นแค่ เวลาฟังคนญี่ปุ่นพูดอังกฤษ เค้าบอกว่า ‘หนูฟังไม่ค่อยออก สำเนียงเค้ายากเกิน เพราะ หนูไม่แน่ใจว่าเค้ากำลังพูดญี่ปุ่นหรืออังกฤษ’ 5555 แต่คุณครู และ เจ้าหน้าที่ที่นี่น่ารักนะคะ พยายามช่วยเหลือดีมาก
สำหรับเด็กเล็กๆ จะมีรถลากให้นั่ง แล้วพาไปลานสำหรับการเรียนสกีด้วย น่ารักมาก เราก็มองหาแพม ในใจคิดว่านางเล็กตลอดเวลา แต่ก็หาไม่เจอ
เพราะ นางโตแล้ว นางต้องแบกอุปกรณ์ และ เดินไปกลับเองนะคะ ! 5555 ตาลนะ อยากช่วยใจจะขาด มันหนักเหมือนกัน ไม่ใช่เบาๆ แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วยเลย กลัวครูว่า!! 😛 อย่างที่เรารู้ๆกัน เด็กญี่ปุ่น ถูกเลี้ยงคล้ายๆกับเด็กฝรั่งตรงที่ เค้าจะต้องเรียนรู้ให้ทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็หัดรับผิดชอบอุปกรณ์ของตัวเอง เรามาแบบไทยแท้ทำทุกอย่างช่วยลูกตลอด เห็นลูกแบกแบบนี้ ตอนแรกก็ห่วงแสนห่วง แต่เค้าก็ไม่บ่นนะคะ เพื่อนๆทำกัน เค้าก็ทำตามคำสั่งคุณครูทุกอย่าง ดูแล้วดีใจ แพมเป็นคนมีระเบียบขึ้นมาทันที
อุปกรณ์ทุกอย่างเช่าจากที่นี่เลย จำราคาค่าเช่าเป๊ะๆไม่ได้ จำได้แค่ถูกกว่าการไปเล่น (และ เรียน) ที่ Karuizawa ค่ะ… สำหรับเสื้อและกางเกง ก็เช่าเช่นเดียวกัน โดยข้างในจะใส่ heatech และ เสื้อแขนยาว + กางกางเลคกิ้งของเราก่อนนะคะ จะยืมมาแค่ ชุดเอี้ยม และ แจ๊คเก็ต สำหรับเล่นสกีค่ะ ส่วนถุงมือ และ แว่นตาสกี นำของส่วนตัวไปใช้เอง (จริงๆเค้าก็มีให้ยืมนะคะ แต่ว่าแพมมีอยู่แล้ว เพื่อความสะอาด เลยใช้ของตัวเองค่ะ)
แรกเริ่มก็ต้องวอร์มกันก่อน อากาศหนาว แต่เด็กๆเล่นกันแบบสบายๆ เค้าจะแบ่งเป็นโซนให้เด็กๆได้เรียนกันอบ่างเต็มที่ ไม่ปะปนกับผู้อื่นในสนาม ก็จะปลอดภัยแน่นอน
ระหว่างที่เราไม่อยู่ เด็กๆก็เรียนไป หากอยากเข้าห้องน้ำก็แจ้งคุณครูได้ แล้วจะมีเจ้าหน้าที่พาไปค่ะ เค้าก็จะพาเดินไปที่โรงเรียนเด็กนั่นแหละ มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงดูแล ภายในมีห้องน้ำสำหรับเด็ก ไม่ได้ให้ใช้ปะปนกับนักท่องเที่ยว
นอกจากเรียนเบสิคต่างๆแล้ว เค้ายังมีกิจกรรมให้เด็กๆเล่นอีกด้วย เด็กจะเพลินมาก คือ เหมือน kids club แต่สถานที่เป็นลานสกี
เวลาใส่ชุดฟอร์มแบบนี้ ขาจะสั้นๆยังไงไม่รู้ 🙂 แพมก็มาลงเรียนทุกวัน ก็เพลินกันไป
ระหว่างลูกเรียน จะไปยืนรอแถวๆนั้น (ซึ่งหนาวมาก) หรือ จะไปเล่นสกีรอลูกแทนก็ได้นะคะ
ลานสกีเปิดถึงดึกนะคะ เล่นสนุกกันได้เต็มที่เลย
แพมไม่ยอมแพ้ เลิกสกีแล้วก็เล่นหิมะต่อดีกว่า
สำหรับรถบัสที่คอยบริการฟรีระหว่างโรงแรม และ ลานสกี จะมีหน้าตาแบบนี้… ทุกคนจะหอบหิ้วอุปกรณ์กันหมด
ในเรื่องของปากท้อง มื้อเที่ยงแบบง่ายๆ เราทานที่ลานสกีทุกวันเลยค่ะ เพราะ จะมีเวลาพักสั้นๆ ก่อนจะไปเข้าคลาสต่อ เราทานกันที่ Cafeteria “Lumiere” (Sheraton Hotel) จะเป็นแนวศูนย์อาหาร คนที่มาเล่นสกีส่วนใหญ่ก็ทานกัน มีหลายร้านให้เลือก พวกราเม็งก็มี แต่ เราทานวนไปมา เพราะ อร่อย กินซ้ำได้ไม่ว่ากัน อย่างของคุณแพม ทานแต่ ikura ทุกวัน (โอ๊ะ! แอบใช้นิ้วหยิบเลยหรา???)
อาหารโปรด และ หาทานได้ทุกที่ในฮอกไกโดจริงๆ
หมูทอดแกงกระรี่ร้อนๆกับวิวเย็นๆ… บรรยากาศใช่เลยค่ะ อิ่มท้องและอิ่มใจที่สุด ข้างนอกขาวไปหมด ขาวจนถ่ายรูปมาเป็นแบบนี้ ปรับแสงกันไม่ได้ มีแต่ขาวๆๆๆๆๆ แต่ไม่เป็นไร มาดูข้าวหมูทอดกันดีกว่า
ในส่วนของมื้ออื่นๆ เรามีลองทานกันหลายร้านเลย เช่นที่ร้าน Syunsai ร้านอาหารญี่ปุ่น ขายพวกอาหารทะเลสดจากฮอกไกโด ร้านนี้จะอยู่ในส่วนของ Kiroro Town ติดกับบริเวณของ โรงแรม Tribute Portfolio ที่เราพัก และ ได้ลองไปชิม buffet ที่ร้าน Café and Restaurant “Pop” ชั้น 2 ภายในโรงแรม Tribute Portfolio นอกจากนี้ยังมี Great Room ห้องอาหาร buffet อีกห้องภายในโรงแรมนี้เช่นกัน
ขอย้อนกลับมามื้อเช้าที่โรงแรม ตามแพคเกจที่จองไปมี breakfast buffet ด้วย แต่ต้องบอกตามตรงว่า ไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไร เพราะ ทุกเช้า เราต้องรีบทาน (เพื่อให้ย่อย) ก่อนจะไปลานสกีลุยกันตั้งแต่เช้าเลย
มีที่อยากแนะนำ คือขนมเหล่านี้ค่ะ ถ้าใครชอบเมลอนแบบตาลกะแพม อย่าพลาดเลย เพราะอร่อยหอมจริงๆ สามารถซื้อได้ตามร้านขายของฝากที่ฮอกไกโด สำหรับที่ Kiroro จะมีซุปเปอร์มาเก็ตให้เดินเล่นด้วย ขายของสารพัด เลยเก็บตกสามอย่างมาทานซะหน่อย
..มาถึงส่วนของกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่การเล่นสกี..
นอกจากการเล่นสกีอย่างเดียวแล้ว ที่ Kiroro มีหลายสิ่งหลายอย่างน่าทำ และ แน่นอนว่าสามารถสนุกกันได้ทั้งครอบครัว
เราจะมาเล่นอันนี้กันนะคะ
พี่เจ้าหน้าที่ลากเรือของเราไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางหิมะที่ตกหนักมากกกกกกกกก
พี่ก็ลากไปเร็วมากกกกกกกกกก
เสียงกรี๊ดจากเราก็ดังมากกกกกกกกก
สนุกมากกกกกกกกกจริงๆ
หากดันใส่เสื้อหนาวแบบขนๆไป ตัวของคุณก็จะเป็นแบบนี้… (ดูรูปด้านล่างเลย.. ดูเสร็จ ค่อยกลับมาอ่านประโยคต่อไป)
…ตอนยังอยู่ระหว่างหิมะตก ก็ดูขาวๆ ถ่ายรูปเกร๋ๆดีหรอกนะคะ แต่พอเข้า indoor ปุ๊บ
อากาศอุ่นหน่อย… โอ้แม้เจ้า หิมะละลาย… เกร็ดสวยๆกลายเป็นน้ำ และค่อยๆซึมเยิ้มเต็มตัวเต็มตัว
หนาวก็หนาว แถมเปียกอีก แถมกว่าจะแห้ง…. ไม่ต้องพูดถึง เพราะ ผ้าหนาได้โล่ห์ ซึมซับมั่นใจความอับชื้น 555 งานนี้ ขอแนะนำให้เลี่ยงผ้าแนวนี้ค่ะ ขนฟูๆๆๆๆ ถ่ายรูปดี แต่อย่าอาบหิมะเด็ดขาด!
หิมะตกเรื่อยๆไปตลอด..หนาวมั้ย? ก็หนาวนะคะ แต่ถ้าเสื้อผ้าอุ่นพอ ก็ใช้ชีวิตได้สบายๆ ..อาจจะมี ก็ปัญหาเล็กๆน้อยๆแบบรูปนี้บ้าง…. นี่สินะ ที่เค้าว่าไว้ ‘ของบางอย่าง ถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้’…. อยากกินอ่ะ แต่จะเอาออกยังไง!!!
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ หิมะจะตกเกือบตลอด บางช่วงน้อย บางช่วงมาก เราไปเที่ยวในช่วงกลางเดือนธันวาคมค่ะ สำหรับอุณหภูมิก็จะวิ่งๆอยู่ที่ 2 องศา อุ่นสุด ถึง -10 องศา… หนาวกว่าในตู้เย็นนิดๆอ่ะค่ะ ^^
โบสถ์น้อยอันโด่งดัง แห่ง Kiroro Resort ในตอนกลางคืนจะเปิดไฟตามทางสวยเลยทีเดียว แต่หนาวเกิน เราเดินสู้หนาวไม่ไหว ขอไปสู้ความหนาวด้วยการแช่ออนเซ็นดูดาวดีกว่า
ในส่วนของ Kiroro Town ที่อยู่ฝั่งโรงแรม tribute portfoilo จะมีร้านขายของที่ระลึก ขายขนม ของใช้ให้ช้อปปิ้งพอหอมปากหอมคอ พวกอุปกรณ์การแต่งตัว รองเท้า ถุงมือ สำหรับเล่นหิมะ ก็มีขายนะคะ
มีหิมะทุกมุม ทุกจุดของโรงแรม
สำหรับในช่วงเวลาที่อาจจะหนาวเกินไป หรือ หิมะตกหนักจนเล่นข้างนอกไม่ได้ เราก็ไม่หมดสนุกไปด้วยนะคะ เพราะ ที่โรงแรม Tribute Portfolio มีกิจกรรม indoor ให้เด็กๆทำกันอีกเพียบ
ที่ INDOOR ACTIVITY NATURE CENTER แพมไปตกแต่ง music box เป็นที่ระลึกกลับบ้านมาด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้ทำ แต่มีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยค่ะ เช่น Music box decoration 1,500yen , Can badge 300yen , Ceramic decoration 900~1,200yen เป็นต้น
สำหรับผู้ใหญ่ ก็มี onsen ให้ได้พักผ่อน และ มี game corner สำหรับครอบครัว ให้ได้ประชันฝีมือกันด้วย โซนเกมนี้ จะอยู่ที Kiroro Town เป็นเกมตู้ พวกหยอดเหรียญ เดินผ่านที เล่นที สนุกได้ตลอดวัน
แต่สำหรับเด็กๆ หรือ ผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบเกมตู้… ถ้าเอาให้สนุก และ เร้าใจกว่านี้ ต้องที่นี่เลย GRANSHIP!!
GRANSHIP คือ สวรรค์ของเด็กชัดๆ 5555 ไม่ได้พูดเว่อร์นะคะ ตาลเข้าไปยังสนุกเลย แล้วเด็กๆมีเหรอจะไม่สนุก
..ว่าแต่ GRANSHIP มีอะไร?..
GRANSHIP เป็นที่เล่นในร่มสำหรับเด็ก มีเรือพองลมขนาญใหญ่ เกมส์ต่างๆ พร้อม กิจกรรมให้เด็กๆได้เล่น แบบไม่จำกัดครั้ง คือ เสียแค่ค่าเข้าเท่านั้น ในส่วนพวกตู้เกมส์ หรือ เครื่องเล่นต่างๆเล่นได้เรื่อยๆ จนกว่าหมดเวลาเลย
- ค่าเข้า อยู่ที่ 1,200 เยน ต่อคน แต่ถ้าซื้อตั๋วแบบเหมาทั้งวัน (1 day free pass) ราคาอยู่ที่ 1,500 เยน
- มีราคาเดียว ทั้งเด็ก (4-11 ปี) และ ผู้ใหญ่ ( 12 ปีขึ้นไป) ต่ำกว่า 4 เข้าฟรี (แต่ผู้ปกครองต้องซื้อบัตรนะคะ)
- ฟรีเด็ก 1 คน หากผู้ใหญ่ซื้อบัตร 1 ใบ
- และ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี ต้องมีผู้ปกครองไปดูแลด้วย ห้ามเข้าเอง
วันธรรมดาจะเปิดแค่ 16.30 – 20.30 น. ถ้าเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดบริการตั้งแต่ 10.00 น. เลย
เหมาะมาก สำหรับบ้านที่มีเด็กๆไป พามาเล่นปล่อยพลังกันได้เต็มที่
ทำไมเด็กทุกคน ชอบลูกบอล?
โต๊ะปิงปองก็มีนะคะ มีกิจกรรมภายในมีให้ทำหลากหลาย ผู้ใหญ่เข้าไปก็สนุกได้
พวกตู้เกมส์ และ เครื่องเล่นต่างๆ แจ๋วสุด คือ ไม่ต้องหยอดเหรียญ!!!! บ้านไหนมีเด็กติดเกมส์ ตาลก็ไม่แน่ใจว่าควรจะพามารึเปล่านะ 5555
เราซื้อแบบ 1 day free pass สามารถมาเล่นได้เรื่อยๆทั้งวัน ลองเล่นได้ทุกอย่าง ไม่จำกัดครั้งด้วยค่ะ สนุกเพลินดีทีเดียว มีหลายชั้นนะคะ เกมส์เยอะมากๆ ไม่ใช่มีแค่ภาพด้านล่าง
เกมส์ฝึกทักษะเด็กๆก็มีนะคะ
เล่นกันไป สนุกได้ ไม่ว่าจะเด็ก หรือ ผู้ใหญ่
ถ้าไม่ใช่จะหาที่แบบตะลุยเล่นสกีที่ Hokkaido อย่างเดียว… ตาลขอแนะนำให้ลองไปที่ Kiroro Resort ดูค่ะ เพราะ มีกิจกรรมสนุกๆหลากหลายดี เหมือนเป็นการไปพักผ่อน ที่ทุกคนทุกวัยในครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมสนุกด้วยกันได้ พาลูกเที่ยวญี่ปุ่นแบบสบายๆแบบนี้ รับรองเต็มอิ่มกับความสุขแน่นอน
ก่อนจบรีวิว Kiroro Resort อยากมาย้อนถึงเรื่อง (ที่น่าจะเกี่ยวข้อง) ที่ตาลเคยเขียนไว้ เกี่ยวกับ พาลูกเล่นหิมะ กันหน่อยนะคะ เผื่อใครพลาดไป จะได้อ่านเป็นไอเดียได้
https://yummymummytarn.com/2015/11/14/japan-ep-11-snowtrip/
https://yummymummytarn.com/2015/11/26/japan-ep13-sapporo/
https://yummymummytarn.com/2015/11/13/japan-ep10-karuizawa/
https://yummymummytarn.com/2015/11/25/japan-ep-12-ski-near-tokyo/
https://yummymummytarn.com/2016/01/22/japan-ep19/
พาลูกเที่ยวญี่ปุ่นตอนหน้าจะพาไปสนุกที่ไหน โปรดติดตามด้วยนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ またね Mata Ne!
ตาล กะ แพม #YummyMummyTarn
————————
>>อย่าลืมติดตามอัพเดท เรื่องราวท่องเที่ยว กับ ตาลและแพม ได้ที่ Yummy Mummy Tarn กินเล่นเที่ยวกับลูก
>>http://www.facebook.com/YummyMummyTarn
>> Blog : http://www.YummyMummyTarn.com
>> YouTube : YummyMummyTarn
———————————————–